6 ขั้นตอนการล้างพิษตับ

ขั้นตอนการล้างพิษตับ
มีอยู่ 6 ขั้นตอนดังนี้ (คำอธิบายใต้ภาพโดยละเอียด)
1. งดเนื้อสัตว์ 7-10 วัน
2. อดอาหาร 2-3 วันในระหว่างการล้างพิษตับ
3. ทำดีท็อกซ์เช้า-เย็น (ครั้งที่ 1)
4. ดื่มยาระบายมูกเมือก ลิดท็อกซ์ ดีเกลือ หรือเอนไซม์(ขึ้นกับสูตรที่จะใช้)
5. ดื่มน้ำมันมะกอก (extra virgin first cold prass)+น้ำมะนาว+น้ำส้ม
6. ทำดีท็อกซ์เช้า-เย็น (ครั้งที่ 2)
ที่มา : หนังสือล้างพิษตับ, ชีวอโรคยา โดย วันชัยสุนทรถาวร

1. งดเนื้อสัตว์ 7-10 วัน
เพราะเนื้อสัตว์ย่อยได้ยากกว่า ทำให้ตกค้างในระบบทางเดินอาหารและจะอยู่ในร่างกายประมาณ 4 วัน ถ้าเป็นพืชผักผลไม้ย่อยหมดภายใน 1 วันและไม่ตกค้างในระบบทางเดินอาหารเหมือนการรับประทานเนื้อสัตว์
ดังนั้นจึงกำหนดให้ผู้ที่ล้างพิษตับ งดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้มากที่สุดประมาณ 7-10 วัน เพื่อไม่ให้มีกากอาหารตกค้างและขวางทางพิษที่จะออกมาจากตับ ตลอดจนการขับถ่ายทิ้งซึ่งเป็นช่องทางเดียวกัน

2. อดอาหาร 2-3 วันในระหว่างการล้างพิษตับ
วัตถุประสงค์ของการอดอาหารมี 3 ข้อหลัก คือ
1. เพื่อไม่ให้มีกากอาหาร
2. เพื่อให้ร่างกายสะสมพลังงาน(และน้ำได้ดี)
3. เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานน้อยลงจากการอดอาหาร เมื่อเป็นดังนี้ร่างกายจะเปลี่ยนช่องทางการใช้พลังงาน โดยไปเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายทั้งในเลือด ในตับ รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ที่มีมากเกินไปออกมาใช้ทดแทน
สารพิษที่ละลายอยู่ในไขมันจะถูกเผาผลาญออกมาด้วย จึงเป็นสาเหตุที่บางคนเวลาอดอาหารจะมีอาการซ่านพิษต่าง ๆ เป็นผลข้างเคียงแสดงออกมาด้วย เช่น เวียนศรีษะ มีผื่นคันต่าง ๆ การอดอาหารไม่ควารทำเกิน 72 ชั่วโมง เพราะร่างกายอาจจะเผาผลาญส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อของโปรตีนตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ มาใช้งานทำให้เกิดอาการเหี่ยวย่นของผิวหนังได้

3. ทำดีท็อกซ์เช้า-เย็น (ครั้งที่ 1)
ดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า ข้อที่ 3 และ 4 คือการทำความสะอาดระบบทางเดินอาหารเพื่อเตรียมทางให้พิษถูกขับถ่ายออกนอกร่างกายให้เร็วที่สุด ซึ่งข้อ 3 เราจะทำความสะอาดในส่วนของลำไส้ใหญ่คือล้างลำไส้ใหญ่ด้วยการดีท็อกซ์
การทำดีท็อกซ์
วิธีการคือ การปล่อยน้ำอุ่นที่สะอาดหรือน้ำอุ่นที่มีความเป็นด่างค่า pH ประมาณ 8.5-9.5 เข้าไปในลำไส้ใหญ่ผ่านทางช่องทวารหนัก โดยใช้สายยางที่เรียกว่า first aid (แบบเดียวกับที่ใช้ในอุสาหกรรมอาหาร) สอดเข้าไปทางรูทวารหนัก แล้วปล่อยน้ำสะอาด (น้ำอุ่น หรือน้ำด่าง) เข้าไปอั้นไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วค่อยถ่ายทิ้ง
วัตถุประสงค์การทำดีท็อกซ์ไม่ใช่เพื่อให้ถ่าย แต่ทำเพื่อล้างลำไส้หากถ่ายเองได้ครั้งหนึ่งก่อนก็จะดี แล้วค่อยทำดีท็อกซ์ตามอีกครั้งสามารถสรุปให้เป็นข้อๆ ดังนี้
ขั้นตอนแรก ให้นอนราบกับพื้นจะชันเข่าหรือไม่ก็ได้ หาที่แขวนขวดให้สูงจากพื้น 8-9 นิ้ว
ขั้นตอนที่สอง นอนตะแคงขวาใช้สายที่ต่อไว้สอดเข้าทวารหนักโดยทาน้ำมันมะพร้าวที่ปลายสายก่อน เพื่อให้ง่ายในการสอด สอดให้ลึกประมาณ 3-4 นิ้ว เปิดวาล์วล็อกให้น้ำไหลผ่านปกติน้ำเติมเต็มขวดจะได้ 1500 ซีซี ให้แบ่งทำเป็น 3 ครั้ง ครั้งละ 500 ซีซี เมื่อน้ำเข้าผ่านทวารหนักไปถึงลำไส้ใหญ่แล้ว ปิดวาล์วล็อกดึงสายยางออก
ขั้นตอนที่สาม นอนหงายใช้มือทั้งสองนวดที่ท้องทวนเข็มนาฬิกา หายใจยาว ๆ รอจนรู้สึกปวดหรืออั้นไว้ 3-5 นาที แล้วค่อยลุกไปถ่าย หลังจากนั้นกลับมานอนตะแคงขวาสอดสายเข้าไปอีกครั้งปล่อยน้ำเข้าไปอีก 500 ซีซี
ทำตามขั้นตอนที่สองและสามอีกสองครั้ง สรุปคือน้ำ 1 ขวด ทำ 3 ครั้ง ครั้งละ 500 ซีซี สามครั้งรวม 1500 ซีซี

4. ดื่มยาระบายมูกเมือก ลิดท็อกซ์ ดีเกลือ หรือเอนไซม์(ขึ้นกับสูตรที่จะใช้)
ในขั้นตอนนี้เป็นการทำความสะอาดลำไส้เล็ก การล้างลำไส้เล็กจึงทำได้ด้วยการดื่มยาระบายต่าง ๆ ดื่มไฟเบอร์ผสมน้ำ ที่สามารถพองตัวและกวาดล้างสิ่งสกปรกในลำไส้ออกมา หรือดื่มเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลาย เช่น ปาเปนเอนไซม์ ซึ่งทำมาจากยางมะละกอเข้าไปย่อยสลายอาหาร และกากอาหารที่ตกค้างยึดเกาะติดแน่นอยู่ในกระเพาะ ในลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ในรูปแบบของมูกเมือก
ปัจจุบันมีการล้างพิษตับด้วยกัน 3 สูตรคือ
สูตรที่ 1 : ใช้ลิดท็อกซ์ (ไซเลียม ต้นหญ้าหรือเทียนเกร็ดหอย) และดีเกลือ
สูตรที่ 2 : ใช้ยาระบายตราดอกบัว และยาขับเมือกมันของหมอปาน
สูตรที่ 3 : ใช้เอนไซม์ผงปาเปน และเอนไซม์น้ำจากประเทศใต้หวัน

5. ดื่มน้ำมันมะกอก (extra virgin first cold prass)+น้ำมะนาว+น้ำส้ม
น้ำมันมะกอกที่จะใช้ในการล้างพิษตับนั้นจะต้องเป็นน้ำมันมะกอกประเภทสกัดเย็นหรือหีบเย็นแล้วแต่จะเรียก โดยที่ข้างขวดจะต้องมีเขียนกำกับว่าสกัดเย็นหรือหีบเย็น ถ้าเป็นของต่างประเทศให้สังเกตคำว่า extra virgin first cold prass ต้องมีคำว่า first cold prass เป็นสำคัญ ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด อัตราส่วนของน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และน้ำส้ม ที่จะใช้เป็นดังนี้ น้ำมันมะกอกสกัดเย็น 100 ซีซี ผสมน้ำมะนาว 50 ซีซี และน้ำส้ม 50 ซีซี รวม 200 ซีซี ผสมในขวดและเขย่าให้เข้ากัน เมื่อเขย่าให้เข้ากันดีแล้วเราจะดื่มเวลา 22.00 น. เพื่อกระตุ้นให้ตับและถุงน้ำดี หลั่งน้ำดีออกมาในปริมาณมากในคราวเดียวกัน น้ำดีซึ่งมีองค์ประกอบเป็นไขมันส่วนใหญ่ และรวมทั้งพิษที่ละลายอยู่ในไขมันจะนำเอาไขมันที่มีพิษและอาจจะมีนิ่วไขมัน หรือนิ่วหินที่มีขนาดเล็กออกจากตับและถุงน้ำดีผ่านทางเดินอาหาร คือลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ได้

6. ทำดีท็อกซ์เช้า-เย็น (ครั้งที่ 2)
หลังจากที่ดื่มน้ำมันมะกอกเรียบร้อยแล้ว เวลา 22.00 น. จะมีการขับถ่ายสารพิษต่าง ๆ ออกมาในตอนเช้าของวันถัดไป ซึ่งต้องอาศัยการทำดีท็อกซ์ควบคู่กัน สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นให้ทุกท่านที่ล้างพิษตับด้วยตัวเองคือหลังจากจบแล้วต้องทำดีท็อกซ์อย่างต่อเนื่อง 4-7 วัน หรืออย่างน้อยที่สุดสัก 3 วัน เพื่อระบายพิษออกมาจากตับ ถุงน้ำดี ระบบทางเดินอาหารรวมทั้งในกระแสเลือด แล้วมากองรวมกันอยู่ที่ลำไส้ทั้งเล็กและใหญ่ ให้ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
การทำดีท็อกซ์อาจกินยาระบาย หรือเอนไซม์หลังจากจบแล้วอีก 2-3 วัน เพราะเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่จะดูดซับของเหลวในลำไส้ทั้งสองส่วน กลับเข้าสู่ระบบสังเคราะห์ของตับอีก ซึ่งพิษที่ล้างออกมาหากทิ้งไม่ทันจะถูกดูดกลับเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาการซ่านพิษจะปรากฏให้เห็นอีก เพราะสารพิษที่ถูกขับออกมาอาจมีปริมาณและความเป็นพิษสูงมาก ถ้าทิ้งได้มากก็จะถูกดูดกลับได้น้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *